30 °
เมฆเป็นส่วนมาก
1 / 6
ข้อมูลที่เป็นทางการของหน่วยงานรัฐ :
ปรับปรุงข้อมูลโดย : dtnakhonphanom001
สังกัด : ศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง
มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยกรมการท่องเที่ยว
ขณะนี้เปิดทำการ
สุขที่สุด@นครพนม 13579
นครพนม ต.ในเมือง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม
0 คะแนน ( 0 รีวิว )
รายละเอียด
นครพนม
จังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีความสุขที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ได้กำหนดตัวเลขแห่งความสุข ตามทรัพยากรธรรมชาติของพื้นที่อันโดดเด่น ขึ้น เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัส สโลแกน สุขที่สุด@นครพนม

๑ พระธาตุพนม หนึ่งเดียวในโลก
๓ สะพานมิตรภาพแห่งที่ ๓ (นครพนม-คำม่วน) ประตูเศรษฐกิจสู่อาเซียนและจีน
๕ ความอุดมสมบูรณ์ของธาตุทั้ง ๕ อันได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ทอง
๗ พระธาตุประจำวันเกิด ๗ วัน
๙ ความหลากหลายของชนเผ่าในจังหวัดนครพนม ๗ ชนเผ่า ๒ เชื้อชาติ

พระธาตุพนม
องค์พระธาตุหนึ่งเดียวในโลก ที่บรรจุพระอุรังคธาตุ คือพระบรมสารีริกธาตุส่วนอกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระมหากัสสปะ พร้อมพระอรหันต์ ๕๐๐ องค์ และเจ้าพญาทั้ง ๕ ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ จากมคธรัฐ ประเทศอินเดีย มาบรรจุไว้ที่ภูกำพร้า โดยมีพระอุรังคธาตุทั้งหมด 8 องค์บรรจุไว้ในที่เดียวกัน
พระธาตุพนมแห่งนี้จึงเป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวรวิหาร อำเภอธาตุพนม อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของทั้งชาวนครพนมและชาวไทยทั่วสารทิศ รวมถึงชาวลาวอีกด้วย

สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ ๓ (นครพนม – คำม่วน)สร้างขึ้นเพื่อเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศไทย (นครพนม) ที่บ้านห้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม กับ สปป.ลาว (แขวงคำม่วน) ที่บ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ที่สำคัญยิ่งคือเป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งด้านการค้า และการท่องเที่ยวเชื่อมโยง จากประเทศไทย ประเทศลาว ตามถนนเส้นทางหมายเลข ๑๒ สู่เมืองกวางบิงห์ และหมายเลข ๘ สู่เมืองวิงห์ ประเทศเวียดนาม และตอนใต้ฝั่งตะวันออกของประเทศจีน โดยสามารถดำเนินพิธีการผ่านแดน ณ ด่านพรมแดน นครพนม บริเวณสะพานได้อย่างสะดวก

สะพานแห่งนี้มีความงดงามด้วยการออกแบบผสมผสานศิลปะลาว-ไทย ด้วยนำสถาปัตยกรรมรูปทรงขององค์พระธาตุพนมและลวดลายกนกและหางหงส์อันอ่อนช้อยมาออกแบบจนเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นงดงาม ตัวสะพานมีความยาว ๑,๔๒๓ เมตร กว้าง ๑๓ เมตร ๒ ช่องจราจร และบริเวณใต้สะพานยังเป็นจุดพักผ่อนชมวิวทิวทัศน์ริมแม่น้ำโขง และทัศนียภาพอันงดงามของทิวเขาหินปูนของฝั่ง สปป.ลาว ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ทรัพยากรทั้ง ๕
ดิน (ดี) จึงเป็นผลให้มีการปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเป็นอย่างดี ได้แก่ ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี สับปะรด แตงโม ลิ้นจี่ ยางพารา
มันสำปะหลัง และยาสูบ
น้ำ (สมบูรณ์) แหล่งน้ำสำคัญได้แก่ แม่น้ำโขง ที่มีความยาวในตลอดเขตจังหวัดนครพนม ราว ๑๕๓ ก.ม. ลุ่มน้ำสงคราม ที่ไหลบรรจบแม่น้ำโขงที่อำเภอท่าอุเทน มีความยาวประมาณ ๒๐๐ ก.ม.แหล่งปลาอุดมสมบูรณ์ ลุ่มน้ำก่ำ ที่หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรด้านทิศใต้ รวมความยาวราว ๑๒๓ ก.ม.และลำน้ำอูน ที่ไหลผ่านอำเภอนาหว้า มาบรรจบกับแม่น้ำสงคราม
ลม (บริสุทธิ์) ด้วยชัยภูมิที่ติดแม่น้ำ ด้านหน้าเป็นแนวทิวเขา และตั้งอยู่ไม่ห่างทะเลจีนใต้ (ห่างอ่าวตังเกี๋ย เพียง ๓๐๐ ก.ม.) และเป็นเมืองที่ปราศจากมลพิษ จึงทำให้มีอากาศเย็นสบาย
ไฟ (ตระการตา) เรือไฟ ภูมิปัญญาและความเพียรอันยิ่งใหญ่ จากงาน “เทศกาลไหลเรือไฟ” งานประเพณีไหลเรือนครพนม (เฮือไฟ) ที่จัดขึ้นทุกวันออกพรรษา นอกจากนี้ยังรวมถึงการชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ขึ้นและตกริมแม่น้ำโขงที่สะท้อนแสงระยิบระยับตา
ทอง (ธรรมชาติสมบูรณ์) ธรรมชาติที่หลากหลายที่ยังคงไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ ทั้งป่า เขา ลำเนาไพร และสายน้ำ

พระธาตุประจำวันเกิด
พระธาตุพนม พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และผู้ที่เกิดปีวอก ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม เชื่อกันว่า ผู้ที่ไปนมัสการจะได้รับอานิสงส์มีบุญบารมีมากและมีคนให้ความเคารพนับถือ
พระธาตุเรณูนคร พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันจันทร์ ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุเรณู อ.เรณูนคร เชื่อกันว่า ผู้ที่มานมัสการจะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้มีวรรณะงดงามผุดผ่องดังแสงจันทร์
พระธาตุศรีคุณ พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันอังคารประดิษฐาน ณ วัดธาตุศรีคุณ อ.นาแก เชื่อกันว่า ผู้ที่มานมัสการจะได้รับอานิสงส์ให้มีศักดิ์ศรีทวีคูณ
พระธาตุมหาชัย พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันพุธ ประดิษฐาน ณ วัดธาตุมหาชัย อำเภอปลาปาก เชื่อกันว่า ผู้ที่มานมัสการจะได้รับอานิสงส์ประสบแต่ชัยชนะในชีวิต
พระธาตุมรุกขนคร พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน ประดิษฐาน ณ วัดมรุกขนคร ตงดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม เชื่อกันว่า ผู้ที่ไปนมัสการจะได้รับอานิสงส์ความทุกข์ด้วยโรคภัยจะคลี่คลายไป
พระธาตุประสิทธ์ พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า เชื่อกันว่า ผู้ที่ไปนมัสการจะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้สัมฤทธิ์ผลในการปฏิบัติงานก้าวหน้า
พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันศุกร์ประดิษฐาน ณ วัดพระธาตุอุเทน อ.ท่าอุเทน เชื่อกันว่า ผู้ที่ไปนมัสการจะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์ เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณ
พระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันเสาร์ประดิษฐาน ณ วัดมหาธาตุ อ.เมือง เชื่อกันว่า ผู้ที่ไปนมัสการจะได้รับอานิสงส์เสริมบุญบารมี และมีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคน

๗ ชนเผ่า ๒ เชื้อชาติ
"นครพนม...สมนามงามสง่า มวลประชา ๗ ชนเผ่า ๒ เชื้อชาติ ที่สามารถสร้างสรรค์งานถิ่นฐาน ร่วมกันสืบสานประเพณี และวิถีวัฒนธรรมอันสั่งสมจากภูมิปัญญามาแต่บรรพกาล"
๑. ชนเผ่าไทยอีสาน (ไทยลาว)...กลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นกลุ่มชนใหญ่ที่สุดในจังหวัดนครพนม กระจายกันอยู่ในทุกอำเภอโดยนิยมตั้งหมู่บ้านบนที่ดอน (โนน) เอกลักษณ์ของชาวอีสานนับแต่อดีตมาเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ นิสัยใจคอซื่อสัตย์ เคร่งครัดในศีลธรรมและความศรัทธา ถือปฏิบัติตนตามฮีตสิบสอง คองสิบสี่ ผู้สืบทอดวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงแต่โบราณมายาวนาน
๒. ชนเผ่าไทยญ้อ ชนเผ่าผู้ไม่ย่อท้อต่อการอพยพหลบภัยจากเมืองหงสา แขวงไชยบุรี มาตั้งถิ่นฐานเริ่มแรกที่ ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน คราวสมัยรัชกาลที่ ๑ และต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๓ ครั้งแรกไปอยู่เมืองปุงลิงที่ฝั่งซ้าย แล้วจึงย้ายอพยพข้ามมาฝั่งขวาอีกครั้ง ตั้งเป็นเมืองท่าอุเทน ที่ อ.ท่าอุเทนในปัจจุบัน และยังมีถิ่นฐานในพื้นที่ อ.นาหว้า อ.โพนสวรรค์ อ.บ้านแพง และ อ.ศรีสงคราม มีภาษาพูดเหมือนภาษาไทยลาวต่างสำเนียงคือ น้ำเสียงสูง อ่อนหวาน ไม่ห้วนสั้นเหมือนไทยลาว มักมีผิวขาว มีความซื่อสัตย์สุจริต รักสงบ มีความสามัคคีมั่น และบ้านเรือนสะอาดตา มีวัฒนธรรมเข้มแข็ง โดดเด่นในประเพณีแห่ดอกไม้ ภูมิปัญญาเอกลักษณ์ คือ การทำปลาร้า ส้มปลาชะโดอร่อย
๓. ชนเผ่าไทแสก ชนเผ่าผู้แตกสาขามาจากถิ่น “อันนัม” ย่ำเท้ามาจากเมืองรอง และเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม ข้ามน้ำโขงมาปักหลักที่บ้านไผ่ล้อม และป่าหายโศก (บ้านอาจสามารถ) ต.อาจสามารถ อ.เมือง ด้วยมีความสามารถ เข้มแข็ง จึงได้เป็นกองอาทมาต (อัฒมาศ) คอยลาดตระเวนชายแดน ชาวไทแสกเคารพนับถือ “โองมู้” บรรพบุรุษของชาวไทแสก จึงมีพิธีบวงสรวง เฉลิมฉลองไหว้ศาลเจ้าโองมู้ ทุกเดือน 3 ขึ้น 2 ค่ำ ให้ดูแลคุ้มครอง บุตรหลานให้อยู่เย็นเป็นสุข โดยการแสดง “แสกเต้นสาก” อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะชนเผ่าที่มีลีลาการละเล่นเป็นของตนเอง
๔. ชนเผ่าไทยกะเลิง ชาติพันธุ์กลุ่มน้อยที่มีถิ่นฐานอยู่ทั้ง อ.ท่าอุเทน อ.นาแก อ.ธาตุพนม อ.เรณูนคร อ.ปลาปาก และที่บ้าน กุรุคุ อ.เมือง จะจัดงานบุญใหญ่ บุญเผวส (เทศน์มหาชาติ) ทุก ๓ ปี เป็นชนเผ่าที่มีคติความเชื่อในเรื่องผี นับถือผีมเหสักข์หลักบ้าน วิญญาณบรรพบุรุษ ผีป่า ผีเขา ผีตาแหก ชายชาวกะเลิงนิยมในรอยสักมาแต่ครั้งโบราณ
๕. ชนเผ่าไทโส้ หรือไทยกะโซ่...มีถิ่นฐานที่บ้านรามราช อ.ท่าอุเทน อ.ปลาปาก
บ้านวังตามัว อ.เมือง ชาวไทยกะโซ่มักมีผิวกายคล้ำ เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความเชื่อศรัทธาใน
ผีบรรพบุรุษ ชาวไทยโส้จึงมีพิธีกรรมบวงสรวงวิญญาณของบรรพบุรุษประจำปีหรือเรียกขวัญและรักษาคนเจ็บป่วย “โซ่ถั่งบั้ง (โส้ทั่งบั้ง)” เป็นเอกลักษณ์ และพิธี “ลงแซงสนาม” ประจำปี ชาวไทโส้ถือว่าการลงแซงสะนาม เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ ลูกหลานไทยโส้จะมีสุข เศรษฐกิจ ค้าขาย ทำไร่ ทำนา จักได้ผลดี
๗. ชนเผ่าผู้ไทย(ภูไท) มีถิ่นฐาน อยู่ในพื้นที่ อ.เรณูนคร อ.นาแก อ.ธาตุพนม อ.นาหว้า ถิ่นฐานเดิมมาจากแคว้นสิบสองจุไทและแคว้นสิบสองปันนา กลุ่มใหญ่มาก่อร่างสร้างฐานที่ บ้านดงหวายสายบ่อแก่ และตั้งเป็น “เมืองเว” แล้วต่อมาจึงยกเป็น “เมืองเรณูนคร” ชาวผู้ไทยเป็นกลุ่มชนที่มีความขยัน อดออม และมีวัฒนธรรมในเรื่องฝีมือทอผ้า เย็บปักถกร้อย เรื่องเสื้อผ้าจึงเด่นชัดมาก ทั้งยังมีประเพณีการต้อนรับผู้มาเยือนด้วย พิธีบายศรีสู่ขวัญ และศิลปวัฒนธรรมเอกลักษณ์ที่เลื่องลือคือ การฟ้อนภูไท อันงดงาม และการดูดอุหรือเหล้าไห สร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี
*** ชนเผ่าไทยกวน ได้พบเพิ่มเติมตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ ต.นาถ่อน อ.ธาตุพนม ถิ่นฐานเดิมมาจากแคว้นสิบสองจุไทมาปักหลักที่เมืองหลวงป่งลิง(ปุงลิง) ก่อนย้ายข้ามแม่น้ำโขงจากฝั่งซ้ายมายังดินแดนมรุกขนคร ต่อมาเกิดโรคระบาดจึงย้ายมาอยู่ที่บ้านดงไม้ถ่อน คือบ้านนาถ่อนทุ่งในปัจจุบัน คติประจำเผ่าคือ “พอเสร็จหน้านา ผู้หญิงทอผ้า ผู้ชายตีเหล็ก” ปัจจุบันมีการต้อนรับผู้มาเยือนด้วยการพานั่งรถพ่วงข้างนำเที่ยวสัมผัสวิถีในชุมชน
๒ เชื้อชาติ
๑. ชาวไทยเชื้อสายจีน ผู้เชี่ยวชาญในการค้าขาย และมุ่งมั่นในการสืบทอดวัฒนธรรมของบรรพบุรุษตามเทศกาล งานตรุษหรือไหว้เจ้า ไหว้พระจันทร์ เพื่อการได้มาซึ่งความสุข สงบและร่มเย็น การค้าธุรกิจดี ราบรื่นและยังได้มีกิจกรรมทำคุณความดีแก่แผ่นดินไทย และจงรักภักดีในสถาบันอยู่มิเสื่อมคลาย...
๒. ชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม กลุ่มชนผู้มีความขยัน และมีน้ำอดน้ำทนเป็นเลิศ การอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร แม้ไม่นานนัก แต่ก็สร้างหลักปักฐานได้อย่างมั่นคง เอกลักษณ์คือการแต่งกายที่เป็นแบบเฉพาะมีสีสัน สดใส นั่นคือ
การแต่งกายชุด “อ๋าวญ่าย” ที่เป็นมนต์เสน่ห์ให้กับผู้พบเห็น
สภาพอากาศ ข้อมูลโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา
วันอาทิตย์
ท้องฟ้าแจ่มใส
31 ℃
17/11
อา.
31 ° 19 °
18/11
จ.
30 ° 19 °
19/11
อ.
25 ° 14 °
20/11
พ.
26 ° 13 °
21/11
พฤ.
27 ° 13 °
22/11
ศ.
28 ° 15 °
23/11
ส.
29 ° 16 °
ข้อมูลแนะนำ
เวลาทำการ
วันอาทิตย์
: 08:00 - 16:00
วันจันทร์
: 08:00 - 16:00
วันอังคาร
: 08:00 - 16:00
วันพุธ
: 08:00 - 16:00
วันพฤหัสบดี
: 08:00 - 16:00
วันศุกร์
: 08:00 - 16:00
วันเสาร์
: 08:00 - 16:00
หมายเหตุเวลาทำการ : -
กลุ่มนักท่องเที่ยว
• กลุ่มครอบครัว
• กลุ่มผู้สูงอายุ
• กลุ่มวัยทำงาน
• กลุ่มนักเรียนนักศึกษา / เยาวชน / วัยรุ่น
• กลุ่มสตรี
• กลุ่มคู่รัก / คู่แต่งงาน
• กลุ่ม Soft Adventure & Ecotourism
• กลุ่มท่องเที่ยวเชิงศาสนา
• กลุ่ม MICE / ศึกษาดูงาน
• กลุ่มศิลปวัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์
• กลุ่มวิถีชีวิต / ชุมชน / วิถีเกษตร
การเดินทาง
• มอเตอร์ไซด์
• รถยนต์
ราคาค่าเข้าชม
• ราคาค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย
• หมายเหตุ : -
ข้อมูลการติดต่อ
ที่อยู่
นครพนม ต.ในเมือง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม
เบอร์ติดต่อ
042516337
แผนที่

 ข้อมูลรีวิว

0
5
4
3
2
1
รีวิวทั้งหมด  :  0 รายการ
เขียนความเห็น
แนะนำข้อมูลที่คุณอาจสนใจ