39 °
ท้องฟ้าแจ่มใส
1 / 47
ข้อมูลที่เป็นทางการของหน่วยงานรัฐ : กรมการท่องเที่ยว
ปรับปรุงข้อมูลโดย : ศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง
มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยกรมการท่องเที่ยว
ขณะนี้เปิดทำการ
วัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ)
เลขที่ 1/1 หมู่ที่ 4 บ้านเกยไชยเหนือ ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ 60120 หมู่ 4 ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ 60120
4.0 คะแนน ( 4 รีวิว )
รายละเอียด
วัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ) ปัจจุบันตั้งอยู่ ณ เลขที่ 1/1 หมู่ที่ 4 ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ริมฝั่งแม่น้ำยม ณ บริเวณสบกันของแม่น้ำยมกับแม่น้ำน่าน มีเนื้อที่ 26 ไร่ 2 งาน 92 ตารางวา ได้ตั้งเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. 2390 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2400 ซึ่งเจ้าคณะผู้ปกครองฝ่ายสงฆ์ได้ปกครองดูแลตลอดมาจนถึงปัจจุบัน
ลักษณะเด่น
- เป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอชุมแสง ที่ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำยม และแม่น้ำน่าน
- เป็นวัดที่มีองค์เจดีย์บรรจุพระบรมธาตุ ทรงลังกาคว่ำ ฐานแปดเหลี่ยม ไม่ทำเสาหาร มีความสูงประมาณ 14 เมตร
- วัดแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย รัชสมัยของพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ ประมาณปี พ.ศ. 1906 – 1912
- มีการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ในรัชสมัยของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือสมเด็จพระเจ้าเสือ (เดื่อ) กษัตริย์องค์ที่ 29 แห่งกรุงศรีอยุธยา ประมาณปี พ.ศ. 2246 – 2251
- เป็นสถานที่พระเจ้าตากสิน เมื่อครั้งเสด็จมาปราบชุมนุมพิษณุโลก หลักฐานระบุว่า กองทัพหลวงพระเจ้ากรุงธนบุรี ตั้ง ณ ตำบลเกยชัย (คำว่า “ชัย” สะกดตามหลักฐาน ในพระราชพงศาวดาร) กองทัพธนบุรีปะทะกองทัพพิษณุโลกในครั้งนั้น พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงได้รับบาดเจ็บที่พระชงฆ์ (หน้าแข้ง) เพราะต้องปืนจึงถอยทัพ กลับไปก่อน
- เป็นต้นกำเนิดของตำนานของจระเข้ยักษ์ที่ชื่อ "ไอ้ด่างเกยไชย" ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี
- เป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมชุมชนตำบลเกยไชย และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม
- มีที่รวบรวมของเก่า จำนวน 5 แห่ง คือ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน (พิพิธภัณฑ์ไม้ตาลทั้งหลัง) พิพิธภัณฑ์ต้นน้ำ พิพิธภัณฑ์ราชาจระเข้ยักษ์ "พญาด่างเกยไชย" วิหารพระพุทธศรีสรรเพชญ์ และอาคารอาศรมศิลป์ท้องถิ่นชุมชนตำบลเกยไชย
ประวัติ
วัดแห่งนี้สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ประมาณปี พ.ศ. 1906 – 1912 อย่างน้อยที่สุด เป็นเวลามากกว่า 655 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏ หลักฐานสำคัญ คือ พระบรมธาตุเจดีย์ ทรงระฆังคว่ำ แบบลังกาฐานแปดเหลี่ยม ไม่ทำเสาหาน และยังพบหลักฐานสำคัญอีกหนึ่งอย่าง คือ ใบเสมาคู่ ลายเทพนม และลายดอกไม้ที่ทำจากหินชนวน เป็นต้น เดิมวัดแห่งนี้เรียกว่า วัดพระบรมธาตุ ดังปรากฏในเอกสารตรวจการคณะสงฆ์ มณฑลฝ่ายเหนือ พ.ศ. 2457 เมื่อครั้งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เสด็จเยี่ยมวัดแห่งนี้ ดังปรากฏข้อความว่า“เช้าเกือบ 3 โมง เรือเคลื่อนจากทำนบหน้าวัดชุมแสง ล่องลงมาตามลำน้ำน่าน มีเรือราษฎรราว 10 ลำเศษ เลี้ยวเข้าไปในลำน้ำยมอันแยกจากลำน้ำน่าน เข้าไปราวเส้นหนึ่ง ถึงวัดพระบรมธาตุ เรือพระที่นั่งหยุดทอดหน้าวัดเสด็จขึ้นทอดพระเนตร วัดนี้มีโบสถ์ก่อใบสีมาใช้หินสลักเป็นลายต่างๆ เช่น ลายเทพนมบ้าง ลายดอกไม้บ้าง มีเจดีย์ รูปกลมสูงราว 3 วาเศษอยู่องค์หนึ่ง ฐานแปดเหลี่ยม ซึ่งหมายเอาว่าเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุ ทราบว่าถึงหน้าเทศกาล ชาวบ้านประชุมนมัสการเป็นงานปี แล้วทรงประทานของแจกแก่พระสงฆ์ เจ้าอาวาสและราษฎรผู้มาคอยเฝ้าอยู่ แล้วเสด็จกลับลงเรือพระที่นั่ง”

ในปี พ.ศ. 2460 วัดพระบรมธาตุ ได้เปลี่ยนชื่อวัดใหม่ตามการปกครองของบ้านเมือง โดยใช้ ชื่อว่า “วัดเกยไชยเหนือ (บรมธาตุ)” จากนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน จากหลักฐานที่กล่าวมาข้างต้นวัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีหลักฐานมั่นคง มีปูชนียวัตถุสำคัญที่สาธุชนและประชาชนโดยทั่วไปได้กราบไหว้ และเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้าในสมัยนั้นเสด็จมาแวะนมัสการและเยี่ยมประชาชน
ประวัติการปฏิสังขรณ์หรือการก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ไม่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษร มีแต่คำบอกเล่าของชาววัดสืบต่อๆ กันมา ว่าการปฏิสังขรณ์หรือการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้ มีความสัมพันธ์กับการสร้าง วัดโพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ในสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือ สมเด็จพระเจ้าเสือ แห่งกรุงศรีอยุธยา พระราชวงศ์บ้านพลูหลวง (พ.ศ. 2246 – 2251) และพระราชพงศาวดารของกรุงศรีอยุธยา ระบุว่า พระเจ้าเสือ ประสูติ ณ บ้านโพธิ์ประทับช้าง แขวงเมืองพิจิตร เมื่อครั้งพระเพทราชา (พระบิดา) พาพระมารดา (นางกุลธิดา ราชธิดาของพระเจ้าเชียงใหม่) ซึ่งมีพระครรภ์แก่ตามเสด็จสมเด็จพระนารายณ์มานมัสการพระพุทธชินราช ณ เมืองพิษณุโลก เมื่อพระเจ้าเสือเสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงระลึกถึงที่ประสูติตามคำพระมารดาตรัสเล่าจึงโปรดให้ สมุหนายกเกณฑ์ผู้คนลำเลียงสิ่งของ เช่น อิฐ ปูนขาว กาวหนัง เชือก ฯลฯ บรรทุกเรือมาก่อสร้างวัด ณ บริเวณดังกล่าว ใช้เวลาประมาณสองปีเศษ จึงแล้วเสร็จสิ้น

บ้านเกยไชย มีปรากฏชื่ออีกครั้งในสมัย พระเจ้าตากสิน เมื่อครั้งเสด็จมาปราบชุมนุมพิษณุโลกหลักฐานระบุว่า กองทัพหลวงพระเจ้ากรุงธนบุรี ตั้ง ณ ตำบลเกยชัย (คำว่า “ชัย” สะกดตามหลักฐาน ในพระราชพงศาวดาร) กองทัพธนบุรีปะทะกองทัพพิษณุโลกในครั้งนั้น พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงได้รับบาดเจ็บที่พระชงฆ์ (หน้าแข้ง) เพราะต้องปืนจึงถอยทัพ กลับไปก่อน
จากหลักฐานที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เชื่อได้ว่า วัดแห่งนี้มีอยู่มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา ตราบจนกระทั่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้าเสด็จมามนัสการพระบรมธาตุดังได้กล่าวมาแล้วอนึ่งควรระบุไว้ในที่นี้ด้วยว่าเมื่อครั้งสมัยรัชกาลที่ 5 เกยไชยมีฐานะเป็นอำเภอภายหลังจากอำเภอพันลานเปลี่ยนไปเป็นตำบลแล้ว ซึ่งอำเภอเกยไชยตามพระราชกิจจานุเบกษา เล่ม 20 หน้า 498 ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2446 (ร.ศ. 122) โดยขณะนั้นมีหลวงผดุงแดนสวรรค์ เป็นนายอำเภอ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง เมื่อมีการย้ายอำเภอไปที่ชุมแสง ฐานะของเกยไชยจึงเปลี่ยนไปเป็นตำบล ในขณะที่ชุมแสงได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอมาจนถึงปัจจุบัน

จากคำบอกเล่าของพระครูนิทานธรรมประนาท (เที่ยง ปหฏฺโฐ) อดีตเจ้าอาวาสวัดเกยไชยเหนือ ระบุว่า เมื่อปี พ.ศ. 2513 สมัยพระครูนิรภัยวิเทต (หลวงพ่อทองอยู่) ได้พาชาวบ้านทำการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระบรมธาตุเจดีย์ ได้พบว่ายอดพระเจดีย์ประดับด้วยขันลงหิน 5 ใบคว่ำ ประกอบกันเป็นตุ้ม ครั้งนั้น ได้พบพระธาตุสีแดง มีลักษณะ เป็นแก้วผลึกใส มีขนาดยาว 1 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร 1 องค์ รูปพรรณสัณฐานคล้ายคลึงกับพระบรมธาตุขององคุลีมาล เข้าใจว่าองค์พระบรมธาตุเจดีย์คงบรรจุไว้ทั้ง พระบรมธาตุ และพระธาตุของพระสาวก

อดีตเจ้าอาวาสยังเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2533 ในระหว่าง งานผูกสีมา – ฝังลูกนิมิตอุโบสถ หลังใหม่ ได้เกิดปรากฎการณ์ประหลาด มีน้ำเดือดผุดเกิดขึ้น ณ บริเวณท่าน้ำหน้าพระบรมธาตุ เป็นเวลาประมาณ 2 – 3 วัน แล้วหายไป ชาวบ้านพากันมาดูมากมายต่างเชื่อกันว่าเป็นการแสดงปาฏิหาริย์ของพระบรมธาตุ ความศักดิ์สิทธิ์ของพระบรมธาตุเป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนทั่วไปงานสมโภชพระบรมธาตุมีสืบเนื่องมาโดยตลอด จัดเป็นประจำทุกๆ ปี ปีละ 2 ครั้ง ครั้งแรก เป็นงานปิดทองไหว้พระ ห่มผ้าองค์หลวงพ่อพระบรมธาตุ และเทศกาล กินตาล ในวันขึ้น 14 – 15 ค่ำ เดือน 5 และครั้งที่สอง จัดขึ้นในวันแรม 1 – 2 ค่ำ เดือน 11 เป็นงานปิดทอง องค์พระบรมธาตุ และงานแข่งขันเรือประเพณี เท่าที่สืบค้นได้วัดแห่งนี้ มีรายนามผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ดังนี้
1. พระอาจารย์ปั่น (พ.ศ. 2400 – 2430)
2. พระสมุห์สอน (พ.ศ. 2430 – 2466)
3. พระครูนิรภัยวิเทต (ทองอยู่ ปญฺญาวฑฺฒโน, พ.ศ. 2466 – 2524)
4. พระครูนิทานธรรมประนาท (เที่ยง ปหฏฺโฐ, พ.ศ. 2524 – 2546)
5. พระครูนิธานปุญญาภิวัฒน์ เจ้าคณะอำเภอ ชุมแสง (พ.ศ. 2546 – ปัจจุบัน)
ข้อมูลเพิ่มเติม

อนุญาตให้เผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ แบบแสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน

สภาพอากาศ ข้อมูลโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา
วันศุกร์
ท้องฟ้าแจ่มใส
39 ℃
22/03
ศ.
39 ° 26 °
23/03
ส.
40 ° 25 °
24/03
อา.
40 ° 25 °
25/03
จ.
38 ° 28 °
26/03
อ.
38 ° 28 °
27/03
พ.
39 ° 27 °
28/03
พฤ.
38 ° 28 °
ข้อมูลแนะนำ
เวลาทำการ
วันอาทิตย์
: 07:00 - 18:00
วันจันทร์
: 07:00 - 18:00
วันอังคาร
: 07:00 - 18:00
วันพุธ
: 07:00 - 18:00
วันพฤหัสบดี
: 07:00 - 18:00
วันศุกร์
: 07:00 - 18:00
วันเสาร์
: 07:00 - 21:00
หมายเหตุเวลาทำการ : ทุกวันเสาร์ 07.00 - 21.00 น. (มีตลาดออเจ้าเกยไชย)
กลุ่มนักท่องเที่ยว
• กลุ่มครอบครัว
• กลุ่มผู้สูงอายุ
• กลุ่มวัยทำงาน
• กลุ่มนักเรียนนักศึกษา / เยาวชน / วัยรุ่น
• กลุ่มสตรี
• กลุ่มคู่รัก / คู่แต่งงาน
• กลุ่มท่องเที่ยวเชิงศาสนา
• กลุ่มศิลปวัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์
• กลุ่มวิถีชีวิต / ชุมชน / วิถีเกษตร
การเดินทาง
• จักรยาน
• มอเตอร์ไซด์
• รถยนต์
ราคาค่าเข้าชม
• ราคาค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย
• หมายเหตุ : -
สาธารณูปโภค
ระบบกำจัดขยะ
• อื่นๆ
ระบบไฟฟ้า
• การไฟฟ้า
ระบบน้ำใช้
• ประปา
ระบบรักษาความปลอดภัย
• เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ระบบการสื่อสาร
• สัญญาณโทรศัพท์
ข้อมูลการติดต่อ
ที่อยู่
เลขที่ 1/1 หมู่ที่ 4 บ้านเกยไชยเหนือ ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ 60120 หมู่ 4 ต.เกยไชย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ 60120
เบอร์ติดต่อ
098-549-9974 หรือ 089-438-7499
แผนที่

 ข้อมูลรีวิว

4.0
ดีมาก
5
4
3
2
1
รีวิวทั้งหมด  :  4 รายการ
เขียนความเห็น
แนะนำข้อมูลที่คุณอาจสนใจ