1 / 7
ข้อมูลที่เป็นทางการของหน่วยงานรัฐ : กรมการท่องเที่ยว
ปรับปรุงข้อมูลโดย : dtsamutsongkhram001
สังกัด : ศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง
มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยกรมการท่องเที่ยว
ขณะนี้ปิดทำการ
วัดภุมรินทร์กุฎีทอง
วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ต.สวนหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม 75110
0 คะแนน ( 0 รีวิว )
รายละเอียด
กุฎีทอง คือเรือนไม้ทรงไทยตกแต่งลวดลายทั้งภายในและภายนอกด้วยลายรดน้ำปิดทองตลอดทั้งหลังจึงทำให้เป็นที่มาของชื่อกุฎีทองแต่เดิมนั้นกุฎีทองตั้งอยู่ที่วัดบางลี่บน ริมแม่น้ำแม่กลองบริเวณที่เป็น ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามในปัจจุบัน โดยกล่าวกันว่า สมเด็จพระอมรินทรา พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงสร้างถวายเจ้าอาวาส วัดบางลี่บนในราวปี พ.ศ.๒๓๒๕ เนื่องจากสมเด็จพระอมรินทราทรงมีพระนิวาสสถานเดิม ณ บ้านบางช้าง ตำบลอัมพวา และทรงเลื่อมใสศรัทธาท่านเจ้าอาวาสวัดบางลี่มาแต่ครั้งยังทรงพำนักอยู่ที่บ้านบางช้าง เมื่อได้รับการสถาปนา เป็นพระบรมราชินีจึงได้สร้างกุฎีทองถวายเจ้าอาวาสวัดบางลี่บนรวมทั้งหมด ๓ หลังด้วยกัน ครั้นต่อมาภายหลังวัดบางลี่บนได้กลายสภาพเป็นวัดร้างเนื่องจากที่ตั้งของวัดนั้นตั้งอยู่ในบริเวณ ที่เป็นคุ้งน้ำช่วงหักข้อศอกจึงถูกกระแสน้ำกัดเซาะตลิ่งพังกินพื้นที่วัดทำให้วัดเหลือพื้นที่น้อยลงทุกที นานวันเข้าจึงทำความเสียหายให้แก่เสนาสนะต่างๆ ภายในวัด รวมทั้งกุฎีทองที่ได้พังทลายเสียหายลง ๒ หลัง คงเหลืออยู่เพียง ๑ หลัง วัดบางลี่บนจึงกลายเป็นวัดร้างไปในที่สุด จนกระทั่งในราวปี พ.ศ.๒๔๖๘ พระอธิการเกีย เจ้าอาวาสวัดภุมรินทร์จึงได้รื้อกุฎีทอง ที่เหลืออยู่หลังสุดท้ายมาปลูกไว้ที่วัดภุมรินทร์ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ปากคลองประเวศเพชรภูมิ (ปากคลองบางลี่) ฝั่งตะวันตกของอำเภออัมพวา รวมทั้งยังได้เก็บรวบรวมศาสนวัตถุต่างๆ ที่เคยอยู่ในวัดบางลี่บน อันได้แก่ พระประธานภายในพระอุโบสถ รอยพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูปต่างๆ มาประดิษฐานไว้ที่วัดภุมรินทร์ด้วยเช่นกัน และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาวัดภุมรินทร์จึงมีชื่อเรียกต่อท้ายว่า วัดภุมรินทร์กุฎีทอง
ลักษณะเด่น
-ตำนานกุฎีทองประวัติศาสตร์ -หลวงปู่พระปลัดทิมผู้ทำนายดวงชะตาของคุณนาคว่าจะเป็นพระมเหสี -อุโบสถภายในประดิษฐานพระศักดิ์สิทธิ์และรอยพระพุทธบาทจำลอง -พิพิธภัณฑ์และอุทยานการศึกษา
ประวัติ
เศรษฐีตระกูลหนึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่แขวงบางช้างคืออำเภออัมพวาในปัจจุบัน โดยเรียกว่าเศรษฐีบางช้างเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว บุคคลในตระกูลนี้รับราชการเป็นเจ้าเมืองเช่น พระแม่กลองบุรี(เสม)ต้นตระกูลวงศ์ศาโรจน์ พระแม่กลองบุรี(ศร) ต้นตระกูลณบางช้างมีฐานะมั่นคงกว่าตระกูลอื่นในลุ่มน้ำแม่กลองเศรษฐีทองและเศรษฐีสั้นตั้งเรือนอยู่แขวงบางช้างบริเวณวัดจุฬามณีมีบุตรธิดาหลายคนธิดานางหนึ่ง ชื่อว่านางสาวนาคเป็นกุลสตรีที่มีความงามเป็นที่เลื่องลือสมัยนั้นพระเจ้าแผ่นดินแห่งกรุงศรีอยุธยามีพระทัยหมกมุ่นอยู่ในกามคุณแสวงหาสตรีรูปงามไปเป็นนางสนมนางบำเรอจึงโปรดให้มหาดเล็กคอยสืบเสาะหาสตรีรูปงามไปถวายครั้งหนึ่งมหาดเล็กคนสนิทกราบทูลว่ามีสตรีรูปงามในแขวงบางช้างนางหนึ่งเป็นบุตรเศรษฐีบางช้างจึงโปรดให้เจ้าเมืองราชบุรีไปสู่่ขอต่อบิดามารดาด้วยสมัยนั้นเมืองสมุทรสงครามเป็นหัวเมืองขึ้นต่อเมืองราชบุรีส่วนเมืองราชบุรีเป็นหัวเมืองชั้นโทท่านเศรษฐีทองและภรรยาได้บ่ายเบี่ยงว่าขอถามความสมัครใจของธิดาก่อน และนำความไปปรึกษาพระแม่กลองบุรี(เสม)เจ้าเมืองแม่กลองซึ่งเป็นญาติก่อน ธิดาเศรษฐีทองไม่สมัครใจเป็นนางสนมในวังเศรษฐีทองสงสารธิดาจึงพร้อมด้วยเจ้าเมืองสมุทรสงครามนำความเข้าหารือกับหลวงพินิจอัษร(ทองดี)เสมียนตรามหาดไทย หลวงพินิจอักษรได้เกิดปัญญาว่านายทองด้วงบุตรชายได้บวชเรียนแล้วยังไม่มีคู่ครองหากได้ธิดาเศรษฐีทองมาเป็นภรรยาก็นับว่าเหมาะสมกันยิ่งนักเพราะเป็นหญิงอุดมไปด้วยทรัพสมบัติและรูปสมบัติฝ่ายชายแลก็รูปงามมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดรับราชการในวังนับว่าเหมาะสมกันดียิ่งนักทั้งยังเป็นเกหราะป้องกันมิให้ธิดาตกเป็นสนมในวังเมื่อคิดอุบายได้ทั้งสองจึงเห็นดีด้วยจึงได้ทำฎีกาเข้ากราบทูลว่าธิดาของท่านเศรษฐีบางช้างตนได้สู่ขอให้นายทองด้วงบุตรชายแล้วขอพระราชทานให้แก่บุตรของตนเสียเถิด พระเจ้าแผ่นดินได้ทราบเพียงกิตติศัพท์ความงามของนางนาคแต่ยังมิเคยได้ทอดพระเนตรรูปร่างหน้าตาจึงมิได้อาลัยและพระราชทานอนุญาติให้วิวาห์ได้ตามประสงค์ ครั้นถึงเมืองสมุทรสงครามเศรษฐีทองจึงชวนภรรยาและธิดาไปทำบุญที่วัดบางลี่บนและขอให้สมภารตรวจโชคชะตาราศี และกำหนดวันวิวาห์มงคลสมภารตรวจดูแล้วจึงได้กล่าวกับเศรษฐีทั้งสองว่าธิดาของท่านจะมีบุญวาสนามากจะได้เป็นนางพญามหากษัตริย์ยกวงศ์ตระกูลให้เป็นสุขเป็นที่พึ่งแก่คนทั้งหลายเศรษฐีทองกล่าวว่าถ้าเป็นจริงจะสร้างกุฎีทองถวาย

ต่อมาธิดาท่านเศรษฐีทองได้วิวาห์มงคลกับนายทองด้วงมหาดเล็ก ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งหลวงอร่ามฤทธิ์ หลวงยกบัตรราชบุรีและสมุทรสงคราม รับราชการในกรุงธนบุรีได้เลื่อนเป็น พระราชวรินทร์ เจ้ากรมพระตรวจซ้าย พระยาอภัยรณฤทธิ์ พระยามหาราช พระยาจักรีสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และเมื่อหมดบุญพระเจ้าตากสินมหาราชได้ปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ นางสาวนาคจึงได้เป็นอัครมเหสีของพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

กุฎีทอง กุฎิทองหลังนี้ สร้างโดยท่านทอง ท่านสั้น ผู้เป็นบิดามารดาของสมเด็จพระอมรินทรามาตย์ (เดิมชื่อนาค) พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สร้างเมื่อปี พุทธศักราช ๒๓๒๕ ต่อมาได้บูรณะใหม่เมื่อปี พุทธศักราช ๒๔๓๑

กุฎีทอง เรือนไม้ทรงไทยตกแต่งลวดลายทั้งภายในและภายนอกด้วยลายรดน้ำปิดทองตลอดทั้งหลัง จึงทำให้เป็นที่มาของชื่อกุฎีทอง แต่เดิมนั้นกุฎีทองตั้งอยู่ที่วัดบางลี่บน ริมแม่น้ำแม่กลองบริเวณที่เป็น ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามในปัจจุบัน โดยกล่าวกันว่า สมเด็จพระอมรินทรา พระบรมราชินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงสร้างถวายเจ้าอาวาส วัดบางลี่บนในราวปี พ.ศ.๒๓๒๕ เนื่องจากสมเด็จพระอมรินทราทรงมีพระนิวาสสถานเดิม ณ บ้านบางช้าง ตำบลอัมพวา และทรงเลื่อมใสศรัทธาท่านเจ้าอาวาสวัดบางลี่มาแต่ครั้งยังทรงพำนักอยู่ที่บ้านบางช้าง เมื่อได้รับการสถาปนาเป็นพระบรมราชินีจึงได้สร้างกุฎีทองถวายเจ้าอาวาสวัดบางลี่บนรวมทั้งหมด ๓ หลังด้วยกัน ครั้นต่อมาภายหลังวัดบางลี่บนได้กลายสภาพเป็นวัดร้างเนื่องจากที่ตั้งของวัดนั้นตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นคุ้งน้ำช่วงหักข้อศอกจึงถูกกระแสน้ำกัดเซาะตลิ่งพังกินพื้นที่วัดทำให้วัดเหลือพื้นที่น้อยลงทุกที นานวันเข้าจึงทำความเสียหายให้แก่เสนาสนะต่างๆ ภายในวัด รวมทั้งกุฎีทองที่ได้พังทลายเสียหายลง ๒ หลัง คงเหลืออยู่เพียง ๑ หลัง วัดบางลี่บนจึงกลายเป็นวัดร้างไปในที่สุด

จนกระทั่งในราวปี พ.ศ.๒๔๖๘ พระอธิการเกีย เจ้าอาวาสวัดภุมรินทร์จึงได้รื้อกุฎีทองที่เหลืออยู่หลังสุดท้ายมาปลูกไว้ที่วัดภุมรินทร์ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ปากคลองประเวศเพชรภูมิ (ปากคลองบางลี่) ฝั่งตะวันตกของอำเภออัมพวา รวมทั้งยังได้เก็บรวบรวมศาสนวัตถุต่างๆ ที่เคยอยู่ในวัดบางลี่บน อันได้แก่ พระประธานภายในพระอุโบสถ รอยพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูปต่างๆ มาประดิษฐานไว้ที่วัดภุมรินทร์ด้วยเช่นกัน และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาวัดภุมรินทร์จึงมีชื่อเรียกต่อท้ายว่า วัดภุมรินทร์กุฎีทอง
ข้อมูลแนะนำ
เวลาทำการ
วันอาทิตย์
: 08:00 - 16:00
วันจันทร์
: 08:00 - 16:00
วันอังคาร
: 08:00 - 16:00
วันพุธ
: 08:00 - 16:00
วันพฤหัสบดี
: 08:00 - 16:00
วันศุกร์
: 08:00 - 16:00
วันเสาร์
: 08:00 - 16:00
หมายเหตุเวลาทำการ : ทุกวัน
กลุ่มนักท่องเที่ยว
• กลุ่มครอบครัว
• กลุ่มผู้สูงอายุ
• กลุ่มวัยทำงาน
• กลุ่มนักเรียนนักศึกษา / เยาวชน / วัยรุ่น
• กลุ่มท่องเที่ยวเชิงศาสนา
• กลุ่มศิลปวัฒนธรรม / ประวัติศาสตร์
การเดินทาง
• มอเตอร์ไซด์
• รถโดยสารประจำทาง
• รถยนต์
• เรือ
ราคาค่าเข้าชม
• ราคาค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย
• หมายเหตุ : -
สิ่งอำนวยความสะดวก
สุขา
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว
ร้านขายสินค้าที่ระลึก
ป้ายสื่อความหมาย
ป้ายชี้ทางเข้าถึง
สาธารณูปโภค
ระบบกำจัดขยะ
• คัดแยกขยะ
ระบบไฟฟ้า
• การไฟฟ้า
ระบบน้ำใช้
• ระบบน้ำใช้
• ประปา
ระบบรักษาความปลอดภัย
• ถังดับเพลิง
• เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
ระบบการสื่อสาร
• โทรศัพท์สาธารณะ
• สัญญาณโทรศัพท์
• สัญญาณอินเตอร์เน็ต
ข้อมูลการติดต่อ
ที่อยู่
วัดภุมรินทร์กุฎีทอง ต.สวนหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม 75110
แผนที่

 ข้อมูลรีวิว

0
5
4
3
2
1
รีวิวทั้งหมด  :  0 รายการ
เขียนความเห็น
แนะนำข้อมูลที่คุณอาจสนใจ