27 °
เมฆเป็นส่วนมาก
1 / 3
ข้อมูลที่เป็นทางการของหน่วยงานรัฐ : กรมการท่องเที่ยว
ปรับปรุงข้อมูลโดย : dtamnatcharoen002
สังกัด : ศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง
มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยกรมการท่องเที่ยว
ใกล้เวลาปิดทำการ
พุทธอุทยานและพระมงคลมิ่งเมือง
พุทธอุทยาน 8 หมู่ 8 ถนนชยางกูร ต.บุ่ง อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ 37000
0 คะแนน ( 0 รีวิว )
รายละเอียด
ตั้งอยู่ที่เขาด้านพระบาทห่างจากตัวเมืองไปทางด้านเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณวัดประกอบด้วย หินด้านธรรมชาติร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้เป็น พุทธอุทยาน สวนพระมงคลมิ่งเมือง หรือพระให้ ป่างมารวิชัย องค์พระหน้าตักกว้าง 11 เมตร ความสูงจากระดับพื้นดินถึงยอดเปลวรัศมี 20เมตรเป็นพระพุทธรูปที่ได้รับอิทธิพลสกุลศิลปอินเดียเหนือ (ป่าละ) ที่แผ่อิทธิพลมายังภาคอีสานของไทย เมื่อพันปีเศษออกแบบโดยจิตรบัวบุศย์

โดยการก่อสร้างแบบคอนกรีตเสริมเหล็กครอบพระองค์เดิมซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นมีฐานกว้าง 8.4 เมตร ยาว 12.6 เมตร สูง 5.2 เมตร แล้วแต่งองค์พระด้านนอกด้วยกระเบื้องโมเสคสีทองสร้างเมื่อปี พ.ศ.2508 เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของ

ชาวจังหวัดอํานาจเจริญและจังหวัดอุบลราชธานี
ลักษณะเด่น
พระมงคลมิ่งเมือง ประดิษฐานอยู่ที่เขาดานพระบาท ตำบลบุ่ง อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2508 เป็นพระพุทธรูปคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับกระเบื้องโมเสกสีทองทั้งองค์ มีขนาดหน้าตักกว้าง 11 เมตร มีความสูง 20 เมตร สร้างขึ้นโดยความร่วมมือของประชาชน และส่วนราชการในจังหวัดอุบลราชธานี (เดิมจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี)
บริเวณเขาดานพระบาท มีหลักฐานว่าเป็นพื้นที่ศาสนสถาน มากว่า 2,000 ปี เนื่องจากมีการขุดพบพระพุทธรูปหินทรายสีแดง 2 องค์ เป็นศิลปะทวาราวดี ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานอยู่ด้านหลังพระมงคลมิ่งเมือง โดยพระพุทธรูป 2 องค์ดังกล่าว มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "พระขี้ร้าย" หรือ "พระละฮาย" ซึ่งแปลว่า ไม่สวย ไม่งาม ตามพุทธลักษณะ
ประวัติ
"พระมงคลมิ่งเมือง" เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดอำนาจเจริญ ประวัติความเป็นมาของพระมงคลมิ่งเมือง เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2503 พระครูทัศประกาศ เจ้าอาวาสวัดมงคลมิ่งเมือง อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ (สมัยสร้างยังเป็นอำเภออำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี) ต้องการสร้างพระพุทธรูปประธานขนาดใหญ่ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โบราณวัตถุทางพุทธศาสนาที่หักพัง เช่น เศียรพระพุทธรูป ใบเสมาเก่า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆไว้ที่ใต้ฐาน รวมทั้งเป็นอนุสรณ์แด่ท่านเจ้าประคุณเจ้าสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ องค์ปฐมสังฆนายก และให้เป็นที่เคารพสักการบูชาแก่ชาวอำนาจเจริญ รูปแบบการสร้าง "พระมงคลมิ่งเมือง" ช่างได้ไปถ่ายแบบจากพระพุทธชินราช ซึ่งสร้างในสมัยสุโขทัย ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก และได้มากำหนดให้องค์พระมีหน้าตักกว้าง 9 เมตร (4 วา 2 ศอก) สูงจากฐานหรือแท่นประทับนั่งจรดยอดพระเกตุมาลา 11 เมตร 4 เซนติเมตร (5 วา 2 ศอก 1 คืบ 4 นิ้ว) ฐานแท่นประทับกว้าง 5 เมตร สูง 5 เมตร

อุปกรณ์ ใช้สร้าง "พระมงคลมิ่งเมือง" ประกอบด้วย หิน กรวด ทราย ปูนซีเมนต์ เหล็กขนาด 3-6 หุน กระเบื้องเคลือบสีเหลือง (สีทอง) ขนาดกลักไม้ขีดไฟใช้ปิดทองที่องค์พระ งบประมาณใช้สร้างประมาณ 200,000 บาท โดยมี นายคำเม้า ภักดีปัญญา ชาว จ.ร้อยเอ็ด เป็นช่างฝีมือควบคุมการสร้าง

สถานที่จัดสร้างตั้งอยู่กลางสันภูดานพระบาท เป็นลานหินขนานกัน 2 ข้าง มีเนื้อที่กว้างประมาณ 36 ไร่ สภาพแวดล้อมเป็นภูเขาลูกเตี้ยๆ สูงจากระดับพื้นดินประมาณ 13 เมตร มีต้นไม้ขนาดใหญ่ปกคลุม มีความร่มเย็น มีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตัวอำเภอเมือง จ.อำนาจเจริญ และติดกับทางหลวงแผ่นดินสายจังหวัดอุบลราชธานี-มุกดาหาร ระหว่างการสร้าง "พระมงคลมิ่งเมือง" มีผู้มีจิตศรัทธาทั้งที่เป็นภิกษุสงฆ์ ฆราวาส นำปัจจัยมาสมทบทุนการสร้าง รวมทั้งช่วยกันขนหิน ขนดิน จนกระทั่งวันที่ 1 กันยายน 2505 ซึ่งตรงกับวันศุกร์ แรม 6 ค่ำ เดือน 9 ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดสุปัฏวนารามวรวิหาร อ.เมือง จ.อุบลราชธานี จำนวน 10 รูป นำโดยเจ้าคุณพระธรรมบัณฑิต ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นพระเทพบัณฑิต เป็นประธานในพิธี แต่ก่อนประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ มีเหตุการณ์แปลกเกิดขึ้น คือ มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จนต้องเลื่อนเวลาการประกอบพิธีออกไป แต่ฝนก็ตกลงไม่มีท่าทีจะหยุด เจ้าคุณพระธรรมบัณฑิต จึงสั่งให้เริ่มประกอบพิธีท่ามกลางสายฝน ทำให้พระเณรและประชาชนที่มาร่วมพิธีเปียกปอนไปตามๆ กัน

แต่การสร้างพระมงคลมิ่งเมือง ก็มีอุปสรรคเกิดขึ้น เพราะทุนทรัพย์ใช้ก่อสร้างมีผู้บริจาคเพียง 26,721.05 บาท กระทั่ง เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2505 พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ อธิบดีกรมการศาสนา พร้อมด้วย พ.อ.พรชัย วิชาวรณ์ ได้มาสำรวจการก่อสร้าง และพระครูโอภาสธรรมภาณ เจ้าคณะอำเภอฝ่ายธรรมยุต ได้เสนอให้ท่านทั้ง 2 เป็นผู้อุปถัมภ์ก่อสร้างต่อ พ.อ.ปิ่นได้นำเรื่องการสร้างพระมงคล มิ่งเมืองรายงานให้ พล.อ.ประภาส จารุเสถียร ขณะดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทราบ พล.อ.ประภาส จึงได้บริจาคทรัพย์ส่วนตัวสมทบการสร้าง 100,000 บาท และผู้มีจิตศรัทธาในกลุ่มของ พล.อ.ประภาส ร่วมบริจาคสมทบให้อีก 100,000 บาท การก่อสร้างพระมงคลมิ่งเมือง จึงได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง สำหรับการก่อสร้างครั้งใหม่ มีการขยายแท่นพระออกไปทั้งสี่ด้าน ด้านละ 1-5 เมตร ขยายแท่นพระ ซึ่งมีความยาวเดิม 9 เมตร กว้าง 5 เมตร เป็น 12 เมตร กว้าง 8 เมตร สูง 5 เมตร สูงจากพื้นดินถึงพระเกตุมาลา 20.50 เมตร หน้าตักกว้าง 10 เมตร หันพระพักตร์สู่ทิศบูรพา ปิดด้วยกระเบื้องโมเสกทองเหลืองอร่าม โดยองค์พระแม้มีขนาดใหญ่ แต่สวยงามยิ่ง ทำให้ผู้มีศรัทธาบางคนนิยมเรียกท่านว่า "พระเจ้าใหญ่มงคลมิ่งเมือง" ใช้งบฯ ก่อสร้างทั้งสิ้น 332,800 บาท และสร้างเสร็จในปี พ.ศ.2508
สภาพอากาศ ข้อมูลโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา
วันศุกร์
ท้องฟ้าแจ่มใส
30 ℃
13/12
ศ.
30 ° 16 °
14/12
ส.
31 ° 18 °
15/12
อา.
30 ° 18 °
16/12
จ.
30 ° 18 °
17/12
อ.
31 ° 19 °
18/12
พ.
31 ° 20 °
19/12
พฤ.
27 ° 17 °
ข้อมูลแนะนำ
เวลาทำการ
วันอาทิตย์
: 09:00 - 18:00
วันจันทร์
: 09:00 - 18:00
วันอังคาร
: 09:00 - 18:00
วันพุธ
: 09:00 - 18:00
วันพฤหัสบดี
: 09:00 - 18:00
วันศุกร์
: 09:00 - 18:00
วันเสาร์
: 09:00 - 18:00
หมายเหตุเวลาทำการ : -
กลุ่มนักท่องเที่ยว
• กลุ่มครอบครัว
• กลุ่มผู้สูงอายุ
• กลุ่มวัยทำงาน
• กลุ่มนักเรียนนักศึกษา / เยาวชน / วัยรุ่น
• กลุ่มสตรี
• กลุ่มคู่รัก / คู่แต่งงาน
• กลุ่ม Health & Wellness
• กลุ่มท่องเที่ยวเชิงศาสนา
การเดินทาง
• จักรยาน
• มอเตอร์ไซด์
• เดินเท้า
• รถโดยสารประจำทาง
• รถยนต์
ราคาค่าเข้าชม
• ราคาค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย
• หมายเหตุ : -
สิ่งอำนวยความสะดวก
โรงแรม
โฮมสเตย์
สุขา
ร้านอาหาร
ร้านขายสินค้าที่ระลึก
ป้ายสื่อความหมาย
สาธารณูปโภค
ระบบกำจัดขยะ
• คัดแยกขยะ
ระบบไฟฟ้า
• การไฟฟ้า
ระบบน้ำใช้
• ประปา
ระบบรักษาความปลอดภัย
• กล้อง CCTV
• หน่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ระบบการสื่อสาร
• สัญญาณโทรศัพท์
• สัญญาณอินเตอร์เน็ต

 ข้อมูลรีวิว

0
5
4
3
2
1
รีวิวทั้งหมด  :  0 รายการ
เขียนความเห็น
แนะนำข้อมูลที่คุณอาจสนใจ