32 °
ท้องฟ้าแจ่มใส
1 / 10
บึงละหาน
จ.ชัยภูมิ, อ.จัตุรัส

ขณะนี้เปิดทำการ

0 คะแนน | ( 0 รีวิว )

  • ข้อมูลที่เป็นทางการของหน่วยงานรัฐ : กรมการท่องเที่ยว
  • ปรับปรุงข้อมูลโดย : dtchaiyaphum002
    สังกัด : ศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง
  • มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยกรมการท่องเที่ยว
ที่อยู่
บึงละหาน ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ 36130

โทรศัพท์
087-9646518

การเดินทาง
จักรยาน
มอเตอร์ไซด์
เดินเท้า
รถยนต์

สภาพอากาศ

วันที่
รายละเอียด
สูง / ต่ำ
อ. เม.ย. 24
ท้องฟ้าแจ่มใส
39°/26°
พ. เม.ย. 25
ท้องฟ้าแจ่มใส
37°/26°
พฤ. เม.ย. 26
ฝนตกเล็กน้อย
33°/25°
ศ. เม.ย. 27
ท้องฟ้าแจ่มใส
35°/27°
ส. เม.ย. 28
ฝนตกเล็กน้อย
29°/25°
อา. เม.ย. 29
ท้องฟ้าแจ่มใส
33°/24°
จ. เม.ย. 30
ท้องฟ้าแจ่มใส
35°/26°
ข้อมูลโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา
รายละเอียด
เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติมีเนื้อที่กว้างใหญ่ เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของประเทศไทย18,181 ไร่ เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และยังมีระบบนิเวศที่ดี บึงละหานได้รับเลือกให้เข้าอยู่ในทะเบียนรายนามพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติของไทย
ลักษณะเด่น
ได้รับการพัฒนาให้มีคันดินล้อมรอบบริเวณบึง มีฝายน้ำล้นกักเก็บน้ำและมีประตูเปิดปิดน้ำไว้ไม่ให้ไหลลงลำน้ำชีเร็วเกินไปเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคหล่อเลี้ยงชาวจังหวัดชัยภูมิ เพื่อการเกษตร การประมง และเพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่บึงละหาน บึงละหานจึงกลายเป็นบึงขนาดใหญ่ มีน้ำตลอดทั้งปี ระดับน้ำลึกที่สุดประมาณ 1.5 – 4 เมตร และยังคงมีแกาะกลางน้ำที่น้ำท่วมไม่ถึงอยู่เช่นเดิม เกาะที่ใหญ่ที่สุดประมาณ 0.3 ตารางกิโลเมตร (187.5 ไร่) มีป่าละเมาะขึ้นที่โดยรอบจะมีลักษณะเกาะจะค่อนข้างเรียบลักษณะดินโดยรอบเป็นดินที่ที่มีการทับถมของซากพืชจึงมีความอ่อนตัวของดิน จากสภาพเดิมของบึงละหานที่เป็นบึงน้ำตามธรรมชาติ ในฤดูน้ำหลากน้ำจะเออเข้าท่วมหมู่บ้านโดยรอบเป็นประจำทุกปี
ประวัติ
สภาพเดิม เป็นหนองน้ำหลายแห่งที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ในฤดูน้ำหลากน้ำจะไหลเข้ามาจากลำห้วยต่างๆเช่น ห้วยลำคันฉู ห้วยหลัว ห้วยยาง ห้วยตาแก้ว เป็นต้น ทำให้ปริมาณน้ำในหนองเออเข้าหากันรวมเป็นหนองขนาดใหญ่ เรียกว่า บึงละหาน ภายในบริเวณบึงมีเกาะที่เกิดจากน้ำท่วมไม่ถึงซึ่งชาวบ้านเรียกว่าโนน เช่น โนนจาน โนนงิ้ว และน้ำในบึงจะใหลลงแม่น้ำชีในที่สุด เนื่องจากบึงละหานเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติไม่มีระบบกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งน้ำในบึงจึงลดลงมากจนมีสภาพตื้นเขินสามารถนำปศุสัตว์ลงหากินและทำเกษตรได้ในบางพื้นที่
ข้อมูลเพิ่มเติม

บึงละหาน ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบที่มีชั้นเกลือหินวางตัวอยู่ด้านใต้ เกลือหินสามารถละลายน้ำได้ง่ายและทำให้เกิดโพรงใต้ติน เมื่อตะกอนด้านบนรับน้ำหนักไม่อยู่จึงเกิดการถล่มตัวลงเป็นปรากฏการทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า หลุมยุบ โดยเริ่มแรกเป็นหลุมขนาดเล็กและค่อยขยายตัวใหญ่ขึ้น เมื่อเกิดหลุมยุบครั้งแรกน้ำจะรสชาติเค็มเนื่องจากน้ำเกลือใต้ดินขึ้นมา ภายหลังตะกอนขนาดเล็กจะปิดกั้นไม่ให้เกลือสามารถขึ้นมาได้ ในขณะที่น้ำจืดเพิ่มปริมาณมากขึ้นความเค็มก็เจือจางไป ปัจจุบันบึงไม่มีการขยายตัวและไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ลักษณะเช่นนี้สามารถพบได้หลายแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 พบนกอย่างน้อย 56 ชนิด เป็นนกน้ำและนกชายเลน 27 ชนิด นกประจำถิ่น ประมาณ 24 ชนิด นกอพยพแต่มิใช่เพื่อการ ผสมพันธุ์ 29 ชนิดได้แก่ นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeola bacchus) นกยางควาย
(Bubulcus ibis) นกยางโทนใหญ่ (Egretta alba) นกยางโทนน้อย (E. intermedia) นกยางเปีย (E. garzetta) นกยางไฟหัวดำ (Ixobrychus sinensis) นก ยางไฟธรรมดา (I. cinnamomeus) นกอพยพผ่านตามฤดูกาล 1 ชนิด ได้แก่ นกแซงแซวหางปลา (Dicrurus macrocercus) นกอพยพมาเพื่อการผสมพันธุ์ 1 ชนิด ได้แก่ นกแอ่นทุ่งใหญ่ (Glareola maldivarum) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ อย่างยิ่ง (critically endangered) ได้แก่ นกกระแตผีใหญ่ (Esacus recurvirostris) ชนิดที่อยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ (endangered) ได้แก่ นกกระสานวล (Ardea cinerea) นก กระสาแดง (A. purpurea) นกกระแตหาด (Vanellus duvaucelii) ชนิดที่พบจำนวนมากนับร้อยตัว ได้แก่ นกแอ่น ทุ่งใหญ่ เป็ดแดง (Dendrocygna javanica) พบปลาอย่างน้อย 25 ชนิด ชนิดที่อยู่ในสถานภาพมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ (vulnerable) ได้แก่ ปลาดุกด้าน (Clarias batrachus) ปลาในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) พบ 9 ชนิด ปลาในวงศ์ปลาหมอ (Anabantidae) พบ 3 ชนิด ปลา เศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาสลาด (Notopterus notopterus) ปลา กระสูบจุด (Hampala dispar) ปลาตะเพียนขาว (Puntius gonionotus) ปลาสร้อยขาว (Henicorhynchus siamensis) ปลาสร้อยนกเขา (Osteochilus hasselti) ปลาหมอช้างเหยียบ (Pristolepis fasciata) ปลาช่อน (Channa striatus) ขอบบึงทิศตะวันตกและทิศเหนือหนาแน่นด้วยกอ ธูปฤาษี (Typha angustifolia) กกสามเหลี่ยม (Scirpus grossus) หญ้าขน (Brachiaria mutica) หญ้าชันกาด (Panicum repens) ถัดเข้าไปเป็นผักตบชวา (Eichornia crassipes) จอกแหน (Lemna trisulca) พังพวยน้ำ(Jussiaea repens) ผักบุ้ง (Ipomoea aquatica) บัวสาย (Nymphaea lotus) บัวหลวง (Nelumbo nucifera) รุกเข้าไปถึงกลางน้ำ บริเวณที่น้ำค่อนข้างลึกมีพืชใต้น้ำมาก ได้แก่ สาหร่ายหางกระรอก (Hydrilla verticillata) สาหร่ายหางวัว (Najas graminea)

ข้อมูลแนะนำ

กลุ่มนักท่องเที่ยว

  • กลุ่มครอบครัว
  • กลุ่มผู้สูงอายุ
  • กลุ่มวัยทำงาน
  • กลุ่มนักเรียนนักศึกษา / เยาวชน / วัยรุ่น
  • กลุ่ม Wedding & Honeymoon
  • กลุ่ม Health & Wellness
  • กลุ่ม Soft Adventure & Ecotourism
  • กลุ่ม Volunteer Tourism
  • กลุ่มวิถีชีวิต / ชุมชน / วิถีเกษตร

เวลาทำการ

วันอาทิตย์:
08:30 - 17:30
วันจันทร์:
08:30 - 17:30
วันอังคาร:
08:30 - 17:30
วันพุธ:
08:30 - 17:30
วันพฤหัสบดี:
08:30 - 17:30
วันศุกร์:
08:30 - 17:30
วันเสาร์:
08:30 - 17:30
หมายเหตุเวลาทำการ:
-

ราคาค่าเข้าชม

ราคาค่าเข้าชม:
ไม่มีค่าใช้จ่าย

ข้อมูลแนะนำ

เวลาที่ใช้เที่ยวที่นี่:
ที่จอดรถ:
100 คัน

สิ่งอำนวยความสะดวก

ข้อมูลที่พักในแหล่งท่องเที่ยว

  • โรงแรม

ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สุขา
  • ร้านอาหาร

สาธารณูปโภค

ระบบกำจัดขยะ

  • รีไซเคิลขยะ

ระบบน้ำใช้

  • แหล่งน้ำธรรมชาติ
  • ประปา

ระบบการสื่อสาร

  • สัญญาณโทรศัพท์

  ข้อมูลรีวิว

0
5
4
3
2
1
รีวิวทั้งหมด  :  0 รายการ
เขียนความเห็น
แนะนำข้อมูลที่คุณอาจสนใจ