27 °
ฝนตกเล็กน้อย
1 / 2
  • ชมวิดีโอ
พิพิธภัณฑ์สิรินธร
จ.กาฬสินธุ์, อ.สหัสขันธ์

ขณะนี้เปิดทำการ

0 คะแนน | ( 0 รีวิว )

  • ข้อมูลที่เป็นทางการของหน่วยงานรัฐ : กรมการท่องเที่ยว
  • ปรับปรุงข้อมูลโดย : ศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง
  • มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยกรมการท่องเที่ยว
ที่อยู่
200 หมู่ 11 ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ 46140

โทรศัพท์
043-871613-6

โทรสาร
043-871614

อีเมล
sdmk@dmr.mail.go.th

เว็บไซต์

หน่วยงานที่ดูแล
พิพิธภัณฑ์สิรินธร กรมทรัพยากรธรณี

การเดินทาง
รถโดยสารประจำทาง
รถยนต์

ท่านสามารถเดินทางโดยรถประจำทางกาฬสินธุ์ - สหัสขันธ์

สภาพอากาศ

วันที่
รายละเอียด
สูง / ต่ำ
พ. ส.ค. 15
เมฆเป็นส่วนมาก
29°/25°
พฤ. ส.ค. 16
ฝนตกเล็กน้อย
30°/26°
ศ. ส.ค. 17
ฝนตกเล็กน้อย
29°/25°
ส. ส.ค. 18
ฝนตกเล็กน้อย
31°/24°
อา. ส.ค. 19
มีเมฆมาก
33°/24°
จ. ส.ค. 20
เมฆเป็นส่วนมาก
34°/26°
อ. ส.ค. 21
ฝนตกเล็กน้อย
34°/26°
ข้อมูลโดย : กรมอุตุนิยมวิทยา
รายละเอียด
การจัดแสดงภายในอาคารแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 การกำเนิดโลก
ส่วนที่ 2 การกำเนิดของสิ่งมีชีวิตซึ่งรวมถึงไดโนเสาร์ จนถึงการกำเนิดมนุษย์
ส่วนที่ 3 เป็นนิทรรศการหมุนเวียน

ปัจจุบันกำลังจัดแสดงนิทรรศการ “ซากดึกดำบรรพ์ปลาภูน้ำจั้น” ซึ่งเป็นซากปลาน้ำจืดโบราณพันธุ์ใหม่ของโลกซึ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์ มีชื่อว่า "เลปิโดเทส" มีความยาวประมาณ 30-60 เซนติเมตรอยู่ในยุคมีโซโซอิก หรือ 65 ล้านปีที่แล้ว ช่วงเดียวกับไดโนเสาร์
โซนนิทรรศการ
โซนที่ 1 : จักรวาลและโลก
กล่าวถึงจุดกำเนิดจักรวาล โลก สิ่งมีชีวิต รวมทั้งไดโนเสาร์ ถือกำเนิดมานานแล้ว นักวิทยาศาสตร์พยายามค้นหาเรื่องราวที่ลึกลับนี้ โดยการยึดทฤษฎีการระเบิดครั้งใหญ่หรือ “ บิ๊กแบง ” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล การกำเนิดของจักรวาลการกำเนิดของดาวฤกษ์ และพัฒนาการของระบบสุริยะและโลก สัณฐานธรณีต่างๆ บนโลกรวมทั้งหินแต่ละก้อนต่างบันทึกหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญทางธรณีวิทยาตลอด ช่วงเวลา 4,600 ล้านปีที่ผ่านมาของโลก ซึ่งเราจะได้เรียนรู้ไปตามลำดับอายุทางธรณีวิทยาบริเวณห้องทำการจำลองการเกิดระบบสุริยะจักรวาลจึงทำให้ห้องมืดเสมือนอยู่ในช่วงการเกิดสุริยะจักรวาล ต่อมากล่าวถึงโลกในมุมมองที่ย่อส่วนให้เห็นโลกทั้งใบและมีเครื่องเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจไปกับการเปลี่ยนแปลงและองค์ประกอบต่างๆ ของโลกใบจิ๋ว

โซนที 2 : เมื่อชีวิตแรกปรากฏ
จากดาวเคราะห์ร้อนจัดและปั่นป่วนอันเนื่องจากภูเขาไฟระเบิดและการพุ่งชนของอุกกาบาตโลกของเราค่อยๆเย็นตัวลงทั้งบรรยากาศและ น้ำช่วยนำทางไปสู่พัฒนาการของสารเคมีอันสลับซับซ้อนซึ่งเรียกว่าชีวิตสิ่งมีชีวิตยุคแรกเริ่มที่มีรูปร่าง ง่ายๆ และมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของโลกด้วยการเติมออกซิเจนสู่มหาสมุทร และบรรยากาศจนกลายเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่

โซนที่ 3 : พาลีโอโซอิก
542 ล้านปีที่แล้ว สิ่งมีชีวิตบนโลกเกิดการขยายเผ่าพันธุ์ครั้งใหญ่จากพวกที่มีรูปแบบง่ายๆ ไม่กี่ประเภท วิวัฒนาการไปสู่สิ่งมีชีวิตหลากรูปแบบ จากสัตว์ตัวอ่อนนุ่มไปสู่สัตว์ที่มีเปลือกแข็งหุ้ม ปลาโบราณ ขนาดใหญ่ยาวกว่า 5 เมตร แหวกว่ายผ่านแนวปะการังมหึมาที่แผ่ไปทั้งท้องทะเลเขตร้อน สิ่งมีชีวิตบางประเภทพากันรุกคืบขึ้นบก เปลี่ยนแผ่นดินอันเวิ้งว้างว่างเปล่าให้กลายเป็นป่าทึบที่อุดมไปด้วยแมลง สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกและสัตว์เลื้อยคลาน ก่อนที่มหันตภัยปริศนาจะกวาดล้างสรรพชีวิตบนโลกไปจนเกือบหมดสิ้น

โซนที่ 4.1 : มีโซโซอิก
ในช่วงปลายมหายุคพาลีโอโซอิก แผ่นทวีปทั้งหมดได้เคลื่อนมารวมกันเป็นผืนเดียว เรียกว่า “ แพนเจีย ” ความใหญ่โตของแผ่นดินทำให้ตอนกลางของทวีปซึ่งห่างไกลจากทะเลที่สภาพแห้งแล้งเป็นทะเลทรายกว้างใหญ่ จึงเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของสัตว์เลื้อยคลานมากที่สุด หลังการสูญพันธ์ครั้งยิ่งใหญ่ตอนสิ้นสุดมหายุคพาลีโอโซอิก สัตว์เลื้อยคลานก็ก้าวขึ้นมาครองโลกในมหายุคมีโซโซอิกที่ตามมา ไดโนเสาร์ครองความยิ่งใหญ่บนแผ่นดิน เทอโรซอร์ที่งามสง่าเป็นจ้าวเวหา สัตว์เลื้อยคลานทะเลขนาดมหึมาเป็นเจ้าสมุทร นกปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก และสภาพแวดล้อมบนโลกก็ทวีความหลากหลายยิ่งกว่าครั้งใดๆ พืชดอกช่วยแต่งเติมสีสันแก่ป่าผืนกว้างที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดจิ๋ว ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ ต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ จากคมเขี้ยวของไดโนเสาร์

โซนที่ 4.2 : ไดโนเสาร์ไทย
มหายุคมีโซโซอิก แผ่นดินที่ปัจจุบันเป็นประเทศไทย เป็นแหล่งอาศัยของไดโนเสาร์นานาชนิด นับตั้งแต่พวกกินเนื้อขนาดใหญ่หรือ เทอโรพอดที่เป็นญาติสนิทของ ไทรันโนซอรัส เร็กซ์ พวกกินพืชคอยาวหรือซอโรพอด ซึ่งหนักกว่าช้างหลายตัวรวมกัน ไปจนถึงไดโนเสาร์ปากนกแก้วตัวจิ๋ว การศึกษาอย่างต่อเนื่องทำให้เราเข้าใจความเกี่ยวข้องระหว่างไดโนเสาร์กลุ่มต่างๆ ทั้งพวกสะโพกแบบนกและสะโพกแบบสัตว์เลื้อยคลาน และตระหนักว่าไดโนเสาร์ไทยมีคุณูปการต่อความเข้าใจเรื่องวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ในระดับโลกมากเพียงใด

โซนที่ 5 : วิถีชีวิตไดโนเสาร์ไทย
การค้นพบข้อมูลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เราเข้าใจถึงเรื่องราวในมุมลึกของไดโนเสาร์ นอกจากจะล่วงรู้ถึงรูปร่างของไดโนเสาร์ชนิดต่างๆ แล้วยังช่วยให้เข้าใจเรื่องการกินอาหาร การล่าเหยื่อ การป้องกันตัวและการเลี้ยงลูกอ่อน อีกทั้งยังช่วยให้เราเห็นภาพไดโนเสาร์ที่มีชีวิตชีวามากขึ้น และดื่มด่ำกับความอัศจรรย์ของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยิ่งใหญ่กลุ่มนี้ได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้หลักฐานใหม่ๆ ยังบ่งชี้ว่าไดโนเสาร์อาจไม่ได้สูญพันธุ์ไปทั้งหมด

โซนที่ 6 : คืนชีวิตให้ไดโนเสาร์
ไดโนเสาร์ สัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ และสิ่งมีชีวิตหลายประเภท ในมหายุคมีโซโซอิกสูญพันธ์ไปใน มหันตภัยปริศนาเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว แต่นักโบราณชีววิทยาซึ่งทำงานศึกษาอนุรักษ์ซากดึกดำบรรพ์อยู่ตามสถาบันต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งที่ภูกุ้มข้าวแห่งนี้ ได้ช่วยกันฟื้นชีวิตและสร้างความหมายให้แก่ซากดึกดำบรรพ์เพื่อนำเราย้อนกลับไปสัมผัสกับยุคที่ไดโนเสาร์เป็นใหญ่

โซนที่ 7 : ซีโนโซอิก
หลังการสูญพันธ์ของไดโนเสารสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ที่เหลืออยู่ต้องหลีกทางให้กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ทวีเผ่าพันธุ์อย่างรวดเร็ว และพากันเข้ายึดครองภูมิประเทศกันหลากหลาย ทั้งทุ่งหญ้าป่าทึบ ท้องทะเลและในอากาศ นี่คือโลกที่เราคุ้นเคยดีเพราะยังมีทายาทของช้าง ม้า แรด วาฬ ค้างคาว และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มหลักๆ ให้เห็นเป็นตัวอย่างของวิวัฒนาการขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วง 65 ล้านปี ที่ผ่านมาแม้แต่มนุษย์เองก็เป็นผลผลิตจากกระบวนการ

โซนที่ 8 : เรื่องของมนุษย์
จาก “ ไพรเมต ” หรือสัตว์ในตระกูลลิง ที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ซึ่งถือว่าเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์ได้แยกตัวเอง ออกจากเผ่าพันธุ์ลิงใหญ่เมื่อประมาณ 6-7 ล้านปี ที่แล้ว และเริ่มวิวัฒนาการมาเป็นสัตว์ที่เดิน 2 ขา และอาศัยบนพื้นดิน แต่ความโดดเด่นของมนุษย์อยู่ที่การพัฒนาการทางสมอง และภูมิปัญญาที่มีความฉลาดกว่าสัตว์ประเภทอื่น ซึ่งเปิดโอกาสให้เราสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ตั้งแต่ขวานหินไปจนถึงคอมพิวเตอร์
ลักษณะเด่น
พิพิธภัณฑ์สิรินธร หรือพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว เป็นพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิจัยเกี่ยวกับไดโนเสาร์ ที่สมบูรณ์แบบและใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ประวัติ
ซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ที่ภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พบโดยพระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ในปีพ.ศ. 2537 และได้เริ่มทำการขุดค้นอย่างเป็นระบบ โดยคณะสำรวจไดโนเสาร์จากกรมทรัพยากรธรณี ตั้งแต่ปลายปีพ.ศ. 2537 พบว่า ภูกุ้มข้าว ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นแหล่งไดโนเสาร์กินพืชที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย โดยพบกระดูกไดโนเสาร์เกือบทั้งตัว กองรวมอยู่กับกระดูกไดโนเสาร์กินพืชอีกชนิดหนึ่ง กระดูกทั้งหมดอยู่ในชั้นหินที่วางตัวอยู่บนไหล่เขาของภูกุ้มข้าวซึ่งมีรูปร่างคล้ายลอมฟาง มีความสูงประมาณ 240 เมตร ปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีได้ขุดค้นซากไดโนเสาร์พบกระดูกมากกว่า 700 ชิ้น เป็นกลุ่มของกระดูกส่วนขา สะโพก ซี่โครง คอ และหางของไดโนเสาร์กินพืชไม่น้อยกว่า 7 ตัว นอกจากนี้ยังพบฟันของไดโนเสาร์ทั้งกินพืช และกินเนื้ออีกอย่างละ 2 ชนิด จากลักษณะของกระดูกพบว่าเป็นไดโนเสาร์กินพืชสกุลภูเวียง ( Phuwiangosaurus sirindhornae ) 1 ชนิด และเป็นไดโนเสาร์กินพืชชนิดใหม่อีก 1 ชนิด คาดว่าอาจเป็นไดโนเสาร์สกุลและชนิดใหม่ของโลก

พิพิธภัณฑ์สิรินธร จังหวัดกาฬสินธุ์ เดิมคือศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงานศึกษาวิจัย อนุรักษ์เก็บรวบรวมตัวอย่างอ้างอิงซากไดโนเสาร์และ สัตว์ร่วมสมัยและนำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวในรูปของพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวปีละกว่า 2 -3 00,000 คน มีความเป็นมาและรายละเอียดของการจัดการ ดังนี้ ปี 2521 คณะสำรวจธรณีวิทยา โดยนายวราวุธ สุธีธร พบซากกระดูกไดโนเสาร์ที่เก็บไว้โดย พระครูวิจิตรสหัสคุณ เจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ปี พ.ศ. 2537

ปี 2538 เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมาทอดพระเนตรซากกระดูกไดโนเสาร์ จัดตั้งโครงการพัฒนาพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวขึ้น โดยสร้างอาคารหลุมขุุดค้นเป็นการชั่วคราวเพื่อใช้ป้องกันซากกระดูก รวมทั้งใช้บังร่มเงาแก่นักวิชาการในการขุดแต่งกระดูก ปี 2539 กรมทรัพยากรธรณีสร้างอาคารวิจัยมีพื้นที่ใช้งาน 375 ตารางเมตร เพื่อเป็นสถานที่ทำการอนุรักษ์ ศึกษาวิจัยและเก็บรวมรวมซากดึกดำบรรพ์ที่สำรวจพบในประเทศไทย ปี 2542 กรมทรัพยากรธรณีสร้างอาคารถาวรคลุมหลุมขุดค้น โดยใช้ชื่อว่า “ อาคารพระญาณวิสาลเถร ” ตามชื่อสมณศักดิ์ของท่านเจ้าอาวาสวัดสักกะวัน ผู้ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ปี 2544 อาคารพิพิธภัณฑ์สิรินธร ในส่วนแรกได้มีการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ปี 2547 ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีคณะที่ 6 (ฝ่ายสังคม) ครั้งที่ 36/2546 วันที่ 4 ธันวาคม 2546 มติให้กรมทรัพยากรธรณีใช้เงินงบกลางรายการค่าใช้จ่ายในการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ พัฒนาอาคารพิพิธภัณฑไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าวระยะต้น เพื่อปรับปรุงและตกแต่งภายใน และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2547 รับทราบและเห็นชอบตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ซึ่งได้มีการก่อสร้างตกแต่งภายในจนแล้วเสร็จในปี 2548 ปี 2549 ได้รับงบประมาณ เพื่อสร้างส่วนนิทรรศการ จนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อต้นปี 2550 ปี 2550 พิพิธภัณฑ์สิรินธร ได้เปิดทดลองให้บริการตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2550 และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2551 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด

ข้อมูลแนะนำ

กลุ่มนักท่องเที่ยว

  • กลุ่มครอบครัว
  • กลุ่มนักเรียนนักศึกษา / เยาวชน / วัยรุ่น
  • กลุ่ม MICE / ศึกษาดูงาน

เวลาทำการ

วันอาทิตย์:
09:00 - 17:00
วันอังคาร:
09:00 - 17:00
วันพุธ:
09:00 - 17:00
วันพฤหัสบดี:
09:00 - 17:00
วันศุกร์:
09:00 - 17:00
วันเสาร์:
09:00 - 17:00
หมายเหตุเวลาทำการ:
ปิดให้บริการทุกวันจันทร์ และวันจันทร์ที่ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์

ราคาค่าเข้าชม

ราคาค่าเข้าชม:
มีค่าใช้จ่าย
- ต่างชาติ ผู้ใหญ่:
100.00 บาท
- ต่างชาติ เด็ก:
50.00 บาท
- ไทย ผู้ใหญ่:
40.00 บาท
- ไทย เด็ก:
10.00 บาท

ข้อมูลแนะนำ

เวลาที่ใช้เที่ยวที่นี่:
2 ชั่วโมง
ที่จอดรถ:
100 คัน

สิ่งอำนวยความสะดวก

ข้อมูลที่พักในแหล่งท่องเที่ยว

  • โฮมสเตย์

ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวก

  • สุขา
  • ร้านอาหาร
  • ร้านขายสินค้าที่ระลึก
  • ป้ายสื่อความหมาย
  • ป้ายชี้ทางเข้าถึง

ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ/ผู้สูงอายุ

  • ทางลาด
  • ห้องน้ำสำหรับคนพิการ

สาธารณูปโภค

ระบบกำจัดขยะ

  • คัดแยกขยะ

ระบบไฟฟ้า

  • เครื่องปั่นไฟ

ระบบน้ำใช้

  • ประปา

ระบบรักษาความปลอดภัย

  • กล้อง CCTV
  • เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

ระบบการสื่อสาร

  • สัญญาณ wifi
  • โทรศัพท์สาธารณะ
  • สัญญาณโทรศัพท์
  • สัญญาณอินเตอร์เน็ต
  • ไปรษณีย์

กิจกรรมการท่องเที่ยว

ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ / นิเวศ

  • ท่องเที่ยวธรรมชาติและสัตว์ป่า

  ข้อมูลรีวิว

0
5
4
3
2
1
รีวิวทั้งหมด  :  0 รายการ
เขียนความเห็น
แนะนำข้อมูลที่คุณอาจสนใจ