1 / 4
ข้อมูลที่เป็นทางการของหน่วยงานรัฐ :
ปรับปรุงข้อมูลโดย : dtsaraburi004
สังกัด : ศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง
มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยกรมการท่องเที่ยว
ขณะนี้ปิดทำการ
วาสนาเมล่อนฟาร์ม Farm Fresh By wasana melon farm
67 หมู่ 5 ต.หนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี 18140
0 คะแนน ( 0 รีวิว )
รายละเอียด
“วาสนา ฟาร์ม” ของ คุณวาสนา สุขพิงค์ ตั้งอยู่ในเขต ต.สะโลม อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ถือเป็นแหล่งผลิตรายเมล่อนรายใหญ่ เจ้าของรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของประเทศไทยมายาวนาน ตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultutal Practice) ของกรมส่งเสริมการเกษตรและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ซึ่งเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ถูกนำไปวางจำหน่ายบนแผง “FARM FRESH” ในซูปเปอร์มาร์เก็ต ในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุกสาขา ตลอดทั้งปี รวมทั้งขยายตลาดไปยัง ห้างบิ๊กซี ,โกลด์เดน เพลส และท็อปส์ ซึ่งยอดส่งไปจำหน่ายไม่ต่ำกว่า 30 ตันต่อเดือน หรือสร้างรายได้มูลค่าหลายร้อยล้านบาทต่อปี
ลักษณะเด่น
เป็นแหล่งผลิตรายเมล่อนรายใหญ่ เจ้าของรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ของประเทศไทยมายาวนาน ตามมาตรฐาน GAP (Good Agricultutal Practice) ของกรมส่งเสริมการเกษตรและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ซึ่งเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ถูกนำไปวางจำหน่ายบนแผง “FARM FRESH” ในซูปเปอร์มาร์เก็ต ในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ทุกสาขา และภายในฟาร์มยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ลองเก็บเมล่อนด้วยตนเอง แถมยังมีทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟอยู่ภายในฟาร์ม
ประวัติ
จุดพลิกผันชีวิตของ คุณวาสนา ต้องย้อนไปเมื่อปี 2546 จากนักวิชาการด้านการวิจัยอนาคตไกล จบการศึกษาดีกรีปริญญาตรีจากรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภาควิชาสถิติ ได้ทำงานประลองวิชาความรู้ได้ระยะหนึ่ง โดยทำงานวิจัยไม่ได้กลับบ้าน จนลูกต้องมานอนค้างที่ทำงานด้วย สามีเลยให้ลาออกมาเลี้ยงลูก ดูแลลูก

“ช่วงนั้นมีเวลาว่างมากจึงคิดอยากทำการเกษตรเป็นฆ่าเวลา พอทำไปทำมาเกิดติดใจอยากผันชีวิตเป็นเกษตรกรเต็มขั้น จึงตระเวนไปอบรมเสริมภูมิความรู้และศึกษาดูงานสารพัดด้านการเกษตร เมื่อมั่นใจแล้วลงทุนปลูกพืชสารพัดชนิดแบบลองผิดลองถูกอยู่นานสมควร และยังไม่สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดได้”

จนมาเริ่มจับทิศทางถูกได้ว่าการปลูกแตง “เมล่อน” และ”แคนตาลูป” คุณภาพสูงเพื่อส่งขายตามท้องตลาดได้ก็ในช่วง 6 ปีให้หลัง เพราะช่วงนั้นพืชทั้งสองชนิดเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่เกษตรกรชาวไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จัก และยังไม่นิยมปลูกในเมืองไทยเหมือนทุกวันนี้ จากนั้นพลิกผืนนาของพ่อแม่ที่มีทั้งหมดกว่า 30 ไร่

โดยในช่วงแรกเน้นเพาะปลูกแบบค่อยเป็นค่อยไปควบคู่กับศึกษาวิธีดูแลอย่างลึกซึ้งท่องแท้ ถึงแม้ต้นตระกูลมีอาชีพทำเกษตรกรรม แต่ไม่เคยลงมือทำเองเพราะครอบครัวมุ่งให้การศึกษาอย่างเดียวไม่อยากให้ทำการเกษตร เพราะเป็นอาชีพทำแล้วมีแต่จนกับจนแถมยังลำบากยากเข็น แต่หลังลงมือทำอย่างจริงจังแล้วทำให้เกิดการเปลี่ยนมุมมอง หากทำการเกษตรสอดคล้องกับทฤษฎีสมัยใหม่ยกฐานะร่ำรวยได้

“เดิมครอบครัวมีพื้นฐานด้านงานเกษตรอยู่แล้วเมื่อมาลงมือทำเอง เกิดความคิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงหากมุ่งมั่นทำการเกษตรอย่างจริงและปรับเปลี่ยนทัศนะคติใหม่ ไม่ทำการเกษตรเหมือนคนอื่นที่ตลาดมีความต้องการก็สามารถยกฐานะเป็นคนรวยได้ เช่น สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน และญี่ปุ่น เกษตรกรร่ำรวยอาชีพมั่นคงกว่าอาชีพอื่นๆ ด้วยซ้ำ ทำให้เราต้องกลับมาคิดใหม่ว่า ทำไมเกษตรกรไทยจึงไม่รวย นั่นจึงกลายเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้เราอยากหันมาพัฒนาตนเองและยกระดับความเป็นเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น”ตลอดปี 2546 คุณวาสนาเดินหน้าเพาะปลูกเมล่อนอย่างเต็มตัวภายใต้ชื่อ “วาสนา ฟาร์ม” จากปีแรกเริ่มต้นที่ 2 แปลง ค่อยๆ ขยับขยายที่เล็กที่ละน้อยตามกำลังทรัพย์ ด้วยการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ถือว่าประสบความสำเร็วจพอสมควร หลังจากนั้นผลผลิตออกสู่ท้องตลาดได้ลงนามทำสัญญา กับเดอะมอลล์ กรุ๊ป นำสินค้าไปวางจำหน่ายบนแผง “FARM FRESH” ในห้างซุปเปอร์มาร์เก็ตทุกสาขา ตลอดทั้งขยายตลาดสู่ห้างโมเดิร์นเทรดต่างๆ สร้างรายได้โดยตรง เมื่อมองเห็นช่องการตลาดของสินค้าไปได้สวยจึงขยายกิจการ “วาสนาฟาร์ม” จาก 30 ไร่ เป็น 200 ไร่

โดยเมือเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด จำเป็นต้องมีสินค้าให้สม่ำเสมอตลอดทั้งปี ในแต่ละเดือน คุณวาสนา เพาะเม็ดพันธุ์เมล่อนและแคนตาลูปเพื่อใช้ต่อยอดปลูกรุ่นถัดไป เดือนละกว่า 1 หมื่นต้น ซึ่งในแต่ละรุ่นจะใช้เวลาในการปลูกราว 3 เดือนกว่า ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งให้พันธมิตรธุรกิจได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปีไม่ต่ำกว่าเดือนละ 30 ตัน ซึ่งพันธุ์เมล่อน และแคนตาลูป ที่ปลูกอยู่ในวาสนาฟาร์มเป็นทั้งระบบเปิดที่เน้นปลูกในช่วงฤดูหนาว และระบบโรงเรือนปิดปลูกหน้าร้อนและหน้าฝน

“ครั้งแรกเริ่มปลูกเมล่อนควบคู่กับแคนตาลูปจำนวน 4 แปลง แปลงหนึ่งปลูกได้ประมาณ 250 ต้น โดยปลูกแบบระบบเปิดเหมือนปลูกพืชชนิดอื่นทั่วไป การปลูกวิธีนี้แม้เป็นวิธีที่ง่ายและลงทุนไม่สูงมาก แต่มีปัญหาด้านการควบคุมสภาพอากาศและยากต่อการป้องกันแมลงรบกวน ทำให้ต้องศึกษาและปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกเรื่อยมา จนมาลงตัวที่ปลูกในโรงเรือนระบบปิดซึ่งใช้ต้นทุนสูงตกโรงเรือนหลักล้านบาท แต่ได้ผลผลิตดี คุณภาพเยี่ยมแต่ต้นทุนแพง เพราะเป็นการปลูกด้วยระบบเทคโนโลยีในการจัดการดูแลทั้งหมด แต่ก็คุ้มทุนเพราะราคาก็ได้สูงขึ้นตามคุณภาพ”

นอกการจากในเทคโนโลยีโรงเรือนแล้วก็เริ่ม ในเทคโนโลยีเพิ่มเก็บข้อมูลในการปลูก เพื่อจะนำข้อมูลไปพัฒนาการผลิตให้แม่นย่ำขึ้นของเสียน้อยลง และเป็นจุดที่เริ่มไปสู่การผลิตที่ใช้การควบคุ่มแบบ Automation ได้ในอนาคต ซึ่งเป็นลักษณะของเกษตรกรก้าวหน้า ที่มีการปรับตัว และนำเทคโนโลยี มาใช้ โดยยังมีการบริหารจัดการทั้งการผลิตแบบโรงเรืองและปลูกแบบนอกโรงเรือง เพื่อบริหารต้นทุนและปริมาณสินค้าให้มีตลอดทั้งปีอีกด้วย
ข้อมูลแนะนำ
เวลาทำการ
วันอาทิตย์
: 08:00 - 17:00
วันจันทร์
: 08:00 - 17:00
วันอังคาร
: 08:00 - 17:00
วันพุธ
: 08:00 - 17:00
วันพฤหัสบดี
: 08:00 - 17:00
วันศุกร์
: 08:00 - 17:00
วันเสาร์
: 08:00 - 17:00
หมายเหตุเวลาทำการ : -
กลุ่มนักท่องเที่ยว
• กลุ่มครอบครัว
• กลุ่มวัยทำงาน
การเดินทาง
• รถยนต์
ราคาค่าเข้าชม
• ราคาค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย
• หมายเหตุ : -
ข้อมูลการติดต่อ
ที่อยู่
67 หมู่ 5 ต.หนองแค อ.หนองแค จ.สระบุรี 18140
เบอร์ติดต่อ
0818018845
แผนที่

 ข้อมูลรีวิว

0
5
4
3
2
1
รีวิวทั้งหมด  :  0 รายการ
เขียนความเห็น
แนะนำข้อมูลที่คุณอาจสนใจ